X ปิดหน้าต่างนี้

 

ติดต่อทัวร์โทร. 02-944 2108, 02-944 1080 แฟกซ์ 02-969 3680

  HOTSIA CENTER เที่ยวสะใจ   ทัวร์สะใจ จองที่พัก  My Facebook  My Youtube  My Blog

โดยโอเชี่ยนสไมย์ทัวร์
(ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)


ติดต่อทัวร์
โทร. 02-944 2108, 02-944 1080 แฟกซ์ 02-969 3680
ติดต่อตรงเบอร์มือถือคุณเล็ก 084-678 8585 อีเมล์และเอมเอสเอน guide_lek@hotmail.com email hotsia center: hotsia2@gmail.com


เที่ยวสะใจ > ฮ๊อตเซียเซ็นเตอร์ >  ทัวร์ภูฏาน > วัดทักซัง วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของภูฏาน

วัดทักซัง วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

ธงมนตราระหว่างทางวัดทักซัง

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน
• บันทึกการเดินทางเที่ยวภูฏาน 
• วัดทักซัง วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน 
• "หากใครมาภูฏานแล้วไม่ได้ขึ้นวัดทักซังเหมือนมาไม่ถึงภูฏาน" ไกด์โซนัมบอกกับผม "จิ๊บๆ ภูกระดึง ภูสอยดาวที่บ้านผม ผมพิชิตมาแล้ว จะยากอะไรกะวัดละ พระธาตุอินทร์แขวนก็เดินมาหลายรอบ ไม่เห็นมีไรน่ากลัวเลย" 
• ผมเดินทางมาถึงทางขึ้นวัดทักซัง 8.30 น. หันไปถามไกด์ภูฏานว่าคุณเดินขึ้นวัดทักซังใช้เวลาเท่าไหร่ "ชั่วโมงครึ่ง" "อำกันนี่หว่า วัดใกล้ๆนี่นะ ยอดเขาก็ไม่ไกล น่าจะไม่เกิน 2 กิโล งั้นจัดอาหารกลางวันให้ผมในเมืองก็แล้วกัน" พร้อมกับเซย์ฮัลโหลกับคูรูโชเฟอร์ "See you again affternoon"
• ตรงทางขึ้นวัดทักซังมีม้าให้ขี่ขึ้นเขา ค่าขี่ม้าก็ 500 งุลดรัม ประมาณ 300 บาท ผมเองเลือกที่จะเดินด้วยเหตุผลในการถ่ายรูปไม่ได้คิดว่ามันแพงหรอก เส้นทางเดินก็ผ่านป่าสนก่อนที่จะขึ้นไปบนยอดเขา แค่ 500 เมตรแรก ผมแทบหันหลังกลับไปขี่ม้า ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้นะ ก็ลืมคิดไปว่าเราต้องเดินจาก 2,300 เมตรสู่ 3,100 เมตร อากาศจึงเบาบาง หายใจแทบไม่ทัน แต่ด้วยวิวทิวทัศน์อันสวยงามและมีเพื่อนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคอยเดินเป็นเพื่อนก็เลยช่วยลดบรรยากาศในการเหนื่อยลดลง
• หลังจากเดินทางมาร่วม 2 ชั่วโมงก็มาถึงจุดหยุดพัก มีร้านอาหาร ชา กาแฟไว้บริการ และยังมีวิววัดทักซังอยู่แค่เอื้อม วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในภูฏานอยู่ข้างหน้านี้แล้ว ความฝันกำลังจะเป็นจริง ผมใช้เวลาเดินทางต่ออีก 1 ชั่วโมงก็มาถึงตัววัดและยังสงสัยในความศรัทธาของคนที่แบกอิฐ แบกหิน แบกปูนมาสร้างวัด
• วัดทักซังปิดเวลา 13.00-14.00 น. ผมมาถึงวัดทักซังตอนเที่ยงพอดี มีจุดรับฝากกล้องฝากกระเป๋า คือห้ามนำอะไรขึ้นไปในตัววัด เจ้าหน้าที่ที่ดูแลวัดก็น่ารักมาก ผมเองไปไหว้พระตามห้องต่างๆ ก็ยังมีเวลาเวลาเหลืออีก 20 นาทีก่อนจะบ่ายโมง ก็บอกกับไกด์ว่าจะขอไปนั่งสมาธิที่ห้องคุรุรินโปเช ระหว่างที่นั่งสมาธิ เจ้าอาวาสที่ดูแลวัดก็จะมาปิดประตูเพราะจะถึงเวลาบ่ายโมง แต่ด้วยความที่ท่านมีจิตเมตตา ท่านก็มารอโดยไม่ได้รบกวนเรา คงเป็นความโชคดีของเราทำให้เราได้สนทนาธรรม ท่านถามเราว่ามาจากไหน แล้วตอนที่เรานั่งเราคิดถึงอะไรพร้อมทั้งสอนหลักการทำสมาธิให้เรา ให้เราอธิฐานตอนลมหายใจเข้าก็ให้สิ่งดีๆเข้ามาและลมหายใจออกก็ให้สิ่งที่ไม่ดีออกไป
• ผมลงจากวัดทักซังมาถึงลานจอดรถก็ 3 โมงเย็น สรุปว่าอาหารเที่ยงวันนี้ก็เกือบเป็นอาหารเย็น ผมเชื่อแล้วแหละว่าทำไมวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด...Mr.โจ้

เดินทางสู่วัดทักซัง เมืองพาโร

ทางเดินสู่วัดทักซัง เมืองพาโร

ทางเดินสู่วัดทักซัง เมืองพาโร

ทางเดินสู่วัดทักซัง เมืองพาโร

ทางเดินสู่วัดทักซัง เมืองพาโร

ทางเดินสู่วัดทักซัง เมืองพาโร

ทางเดินสู่วัดทักซัง เมืองพาโร

ทางเดินสู่วัดทักซัง เมืองพาโร
วัดทักซัง หรือ วัดตักซัง เมืองพาโร วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน
เส้นทางเดินเท้าสู่วัดทักซัง เมืองพาโร
ธงมนตราภูฏาน ระหว่างทางเดินสู่วัดทักซัง

• วัดทักซัง (Taktshang Goemba) หรือ รังเสือ (Tiger Nest)
• วัดตักซัง ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ชายเขตเมืองพาโร วัดตักซังเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุดแห่งหนึ่งในเขตหิมาลัยภายในเขตวัดมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ทั้งสิ้น 13 แห่ง ล้วนมีความเป็นมาเกี่ยวข้องบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของภูฐาน
• ทักซัง แปลว่า “รังเสือ” ที่มาของชื่อย้อนกลับไปเมื่อครั้งแรกสร้างวัด โดยมีตำนานเล่าต่อกันมาว่า ในสมัยศตวรรษที่ 8 ในครั้งนั้น คุรุ รินโปเซทรงขี่นางเสือตัวหนึ่งเหาะมาจากเมืองเค็นปาจงในแคว้นกูร์เตมายังตักซัง (ชาวภูฏานเชื่อว่า แท้จริงแล้ว นางเสือตัวนี้คือศักติของท่านคุรุรินโปเซจำแลงกายมา) แล้วเข้าบำเพ็ญสมาธิอยู่ในถ้ำรังเสือนานสามเดือน แล้วเทศนาสั่งสอนผู้คนในหุบเขาพาโรจนหันมายอมรับนับถือพุทธศาสนากัน โดยสำแดงกายให้เห็นในภาคคุรุโดร์จี โดรเลอันน่าสะพรึงกลัว และใช้มณฑลกาเกสะกดภูติผีปิศาจร้ายทั้งแปดจำพวกเอาไว้ในระหว่างที่ประทับอยู่ที่นี่ด้วย
• หลังคุรุรินโปเสด็จกลับทิเบต ท่านคุรุได้ถ่ายทอดมณฑลกาเกให้กับบรรดาศานุศิษย์ หนึ่งในนั้นคือท่าน ลังเซ็น เปยี ซิงเก ผู้เดินทางมาเป็นอาจารย์ในปี ค.ศ. 853 ชาวบ้านจึงได้เรียกถ้ำที่ใช้บำเพ็ญสมาธิของท่านว่า เปลฟู (แปลว่า ถ้ำเสือของเปยี) หลังจากนั้น ท่านลังเซ็น เปยี ซิงเก ได้เดินทางต่อไปยังเนปาลและมรณภาพลงที่นั่น เทพโดร์จี เล็กปาจีจึงใช้เวทมนต์นำซากสังขารของท่านกลับมายังตักซัง
• ปัจจุบัน สังขารของท่าน บรรจุอยู่ภายในสถูปกลางห้องทางด้านซ้ายมือตรงสุดปลายบันไดทางขึ้น สถูปองค์นี้ได้รับการบูรณะเมื่อปี ค.ศ.1982-1983 และบูรณะซ้ำอีกครั้งในปี ค.ศ. 2004 ถ้ำแห่งนี้มาลามะชั้นสูงของทิเบตเดินทางมาเจริญสมาธิกันหลายท่าน อาทิ มิลาเรปะ (ปี ค.ศ.1040-1123) ปาดัมปะ ซังเก (ปีค.ศ.1055-1145) ลามะหญิงมาชิก ลับเดินมา (ปี ค.ศ.1056-1145) และ ทังทน เกลโป (ปี ค.ศ.1385-1464) เป็นต้น
• วิหารหลังแรกที่สร้างขึ้นที่ตักซัง มีอายุอยู่ในราวศตวรรษที่ 14 ผู้สร้างเป็นลามะในนิกายญิงมาปะ สายกาต๊กปา จากทิเบต นามว่า โซนัม เกลซิน ปัจจุบัน วิหารดังกล่าวได้สูญไปแล้ว แต่ยังพอมีร่องรอยภาพเขียนบนแนวผาช่วงที่อยู่เหนือตัววิหารประธานขึ้นไปปรากฎให้เห็น และเชื่อกันว่า น่าจะเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของวิหารหลังดังกล่าว
• วัดตักซังอยู่ภายใต้การครอบครองของลามะสายกาต๊กปามาจนถึงศตวรรษที่ 17 ครั้นถึง ปี ค.ศ. 1645 ซังดรุงงาวัง นัมเกล ได้เดินทางมาเยือนที่นี่พร้อมพระลามะชั้นสูงในนกายญิงมาปะ นามว่าริกชิน ญิงโป พระในวัดจึงพร้อมใจกันยกวัดให้กับท่านซับดรุง ผู้แสดงเจตน์จำนงจะสร้างโบสถ์วิหารขึ้นใหม่ แต่ในช่วงนั้น ตัวท่านเองก็วุ่นอยู่กับการสร้างพาโรซอง และสุดท้ายก็มรณภาพไปเสียก่อนที่จะทันได้ลงมือทำตามความตั้งใจ จนปี ค.ศ. 1692 เต็นซิน รับเกะ เดสิคนที่ 4 ของภูฏานจึงได้สืบสานความประสงค์ของท่านให้เป็นจริง ด้วยการสร้างวัดขึ้นใหม่
• วัดตักซัง ได้รับการบูรณะซ่อมแซมในช่วงปี ค.ศ. 1861-1885 (สมัยเจเค็มโปองค์ที่ 34 พระนามว่า เชลดรุป เยอเซ) ในปี ค.ศ. 1982-1983 ด้านขวามือของบันไดทางขึ้นมีวิหารหลังหนึ่ง ภายในมีหอบูชาสามหอ หอบูชาด้านหน้ามีถ้ำที่คุรุรินโปเซและท่านลังเซ็น เปยี ซิงเกเคยใช้เป็นที่เจริญสมาธิ
• ในเดือน เมษายน ค.ศ. 1998 วัดตักซัง เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ภาพเขียนสูญหายไปหมด เช่นเดียวกับงานประติมากรรมบางส่วน แต่ทางการก็มีภาพถ่ายเก็บเอาไว้ทั้งในส่วนของงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ประชาชนกับรัฐบาลจึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดตักซังขึ้นมาใหม่ และเมื่อดูจากชัยภูมิที่ตั้งซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างอย่างใหญ่หลวง ก็ต้องนับว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่เป็นผลงานที่น่าอัศจรรย์ใจ
• สถานที่สำคัญที่สุดของวัดตักซัง คือ ตัวถ้ำซึ่งมีประตูหุ้มแผ่นทองแดงปิดไว้ และจะเปิดให้คนเข้าชมกันแค่ปีละครั้ง ในเดือนห้า ตามปฏิทินของภูฏาน คูหาด้านหน้ามีรูปคุรุโดร์จี โดรเล ปั้นขึ้นจากดินเหนียว ผนังวาดภาพมณฑลคำสอนต่างๆ ของคุรุรินโปเซประดับเอาไว้ เหนือวิหารหลังนี้ขึ้นไปยังมีวิหารอันโอ่อ่าอีกหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของท่านคุรุรินโปเซกับมณฑลคำสอนและรูปบุคคลสำคัญทางศาสนาทั้งหลาย
• วิหารพระอมิตายุส (เซเปมา) เป็นวิหารใหม่ และเป็นหนึ่งในวิหารที่มีคนแวะเวียนมาสักการะบูชามากที่สุด ภายในประดิษฐานรูปสลักพระอมิตายุส คุรุโดร์จี โดรเล และคุรุรินโปเซที่มีขนาดใหญ่โตมาก
• เหนือถ้ำตักซัง มีหมู่วิหารอยู่สามหลัง คือ วิหารตักซังอูเก็นซีมอ สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1408 และสร้างใหม่อีกครั้งหลังถูกเพลิงไหม้ในปี ค.ศ. 1958 วิหารตักซังเออเซกัง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1646 และวิหารตักซังซังโดเปลรี สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1853 ถือเป็นสถานที่ที่จาริกแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้สักกาะมากที่สุด ตลอดจนเข้าถึงได้ยากที่สุดด้วย
• วัดตักซัง ถือกันว่าเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวภูฐาน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยที่แม้แต่ชาวธิเบตก็ยังดั้นด้นข้ามเขาเพื่อมาสักการะอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ทุกวันนี้แม้กระทั่งชาวตะวันตกที่นับถือพุทธศาสนาแบบวัชรยานก็ยังหาโอกาสมาจาริกแสวงบุญที่นี่
• การเดินทางไปวัดตักซัง ควรใช้วิธีเดินเท้าขึ้นไป เพราะในการจาริกแสวงบุญนั้นควรพึ่งน้ำพักน้ำแรงของตน แม้จะลำบากเหนื่อยยากเพียงใดก็ตาม จะว่าไปแล้วจุดมุ่งหมายประการแรกของการจาริกแสวงบุญก็เพื่อสร้างความเพียร และเรียนรู้ที่จะอยู่กับความยากลำบาก มิใช่เพื่อทรมานตน แต่เพื่อเป็นแบบฝึกหัดในการยกจิตให้อยู่เหนือความลำบากทางกาย
บรรยากาศรอบเส้นทางก็ยังเงียบสงบร่มรื่นและคงสภาพป่าไว้ได้ บางช่วงมีน้ำตกน้อยและลำธารไหลผ่าน หมุนกงล้อมนตร์ให้ส่งเสียงดังเป็นระยะ ๆ บรรยากาศอย่างนี้เหมาะกับการเดินเจริญสติไปด้วย คือรับรู้ทุกย่างก้าว ขณะเดียวกันก็เปิดใจรับรู้ทุกสิ่งที่มากระทบ แต่ก็ไม่วอกแวกหรือคิดฟุ้งปรุงแต่ง เดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ และไม่ต้องสนใจจุดหมายปลายทาง ใจอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับแต่ละก้าวเท่านั้นก็พอ ยิ่งเดิน ทางยิ่งชัน ก็ยิ่งต้องเดินอย่างมีสติ ไม่เช่นนั้นจะเหนื่อยเร็ว เพราะเผด้วยอยากให้ถึงจุดหมายไว ๆ
• ในการจาริกแสวงบุญบนเขาสูง ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างไกลจากความสบาย เพราะนอกจากการขนส่งสิ่งอำนวยความสะดวกจะทำได้ยากแล้ว แต่ละคนยังขนเสบียงกรังได้ไม่มาก จะเดินให้ถึงจุดหมาย จำต้องพกพาข้าวของให้น้อยที่สุด เส้นทางยิ่งสูงชัน ความสุขทางกายก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ แต่หากเดินเป็น สิ่งที่จะได้เพิ่มขึ้นมาก็คือ ความสุขทางใจและความสุขจากธรรมชาติ เพราะได้สัมผัสกับความสงบ ทั้งความสงบทางใจและความสงบจากธรรมชาติ
• การจาริกแสวงบุญกับการปีนเขานั้นมักจะแยกจากกันไม่ออก เป็นเพราะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมักอยู่บนยอดเขาหรือชะง่อนผา สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นของสูง จึงต้องประดิษฐานบนที่สูง แต่มองอีกแง่หนึ่ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่บนที่สูงก็เพราะเป็นสัญลักษณ์ของอุดมคติสูงสุดของมนุษย์ สำหรับชาวพุทธ อุดมคติสูงสุดก็คือพระนิพพาน อันได้แก่สภาวะที่อยู่เหนือโลก เป็นอิสระจากโลกธรรมทั้งหลายซึ่งเต็มไปด้วยความผันผวนแปรปรวน ไม่น่ายึดถือและยึดถือไม่ได้
• การจาริกแสวงบุญจึงเป็นเสมือนภาพจำลองของการดำเนินชีวิตเพื่อบรรลุถึงอุดมคติสูงสุดของชีวิต ขณะเดียวกันก็เป็นการฝึกตนเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการก้าวไปให้ถึงจุดหมายสูงสุดดังกล่าว การจาริกแสวงบุญสู่เขาสูงจึงเป็นสิ่งที่ชาวพุทธทุกคนควรบำเพ็ญสักครั้งหนึ่งในชีวิต
• ชาวภูฐานบางคนไม่ได้แสวงบุญด้วยการเดินอย่างธรรมดา แต่จาริกด้วยการกราบอัษฏางคประดิษฐ์ตามแบบวัชรยาน คือเดินสามก้าวแล้วก้มลงกราบโดยนอนราบกับพื้น นอกจากใช้เวลานานแล้วยังต้องใช้ความเพียรมากด้วย นักบวชภูฐานผู้หนึ่งกล่าวว่า “ทุกคนที่จาริกแสวงบุญมาถึงตักซัง จะกลับไปเป็นคนละคนทีเดียว” ใครที่ไปถึงตักซัง มิใช่แต่กายเท่านั้น หากใจก็ถึงด้วย ย่อมเห็นด้วยกับคำพูดนี้อย่างแน่นอน
 

วัดทักซัง หรือ วัดตักซัง เมืองพาโร วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน
วัดทักซัง หรือ วัดตักซัง เมืองพาโร วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน
ธงมนตรา ระหว่างทางสู่วัดทักซัง เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
วัดทักซัง หรือ วัดตักซัง เมืองพาโร วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน
วัดทักซัง หรือ วัดตักซัง เมืองพาโร วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน

ธงมนตราระหว่างทางวัดทักซัง

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

ธงมนตราระหว่างทางวัดทักซัง

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน

รูปและข้อมูลท่องเที่ยว ประเทศูฏาน
[an error occurred while processing this directive]

HOTSIA CENTER (ฮ็อทเซีย เซ็นเตอร์) 
23/121 ซ.นวมินทร์ 161 แยก1-4 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
โทร. 02-944 2108, 02-944 1080 แฟกซ์ 02-969 3680
ติดต่อตรงเบอร์มือถือคุณเล็ก 084-678 8585 อีเมล์และเอมเอสเอน guide_lek@hotmail.com email hotsia center: hotsia2@gmail.com

"ฮ็อทเซียเซ็นเตอร์" บริการทัวร์ท่องเที่ยวในไทยและต่างประเทศ มีโปรแกรมทัวร์ของปี พ.ศ. 2555 จนถึงปลายปี ต่อเนื่องด้วยต้นปี 2556 สำหรับทัวร์ต่างประเทศมีทัวร์เที่ยวจีน บาหลี อินเดีย พม่า เนปาล และอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา ซึ่งผม mr.hotsia เที่ยวแบบสะใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่ไม่สะดวกเที่ยวด้วยตัวเอง ผมแนะนำให้เที่ยวกับทัวร์ของ "ฮ็อทเซียเซ็นเตอร์" ทัวร์แบบสะใจ ขอบคุณที่ติดตามและใช้บริการครับ ..... mr.hotsia
 

 

ทัวร์ทิเบต
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์คุนหมิง
ทัวร์ทะเลทรายโกบี
ทัวร์สิบสองปันนา
ทัวร์คุนหมิง ตงซวน
ทัวร์พม่า
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์พม่าเจาะลึก
ทัวร์หลวงพระบาง
ทัวร์ฮาลองเบย์
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์เว้ ดานัง ฮอยอัน
ทัวร์นครวัด
ทัวร์บาหลี
ทัวร์บาหลีบุโรพุทโธ
ทัวร์แคชเมียร์
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์เลห์ลาดักทิเบต
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์อินเดีย-เนปาล
ทัวร์สังเวชนียสถาน
ทัวร์ตุรกี
ทัวร์ตุรกี-อิหร่าน


สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
โดยบริษัทโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028) ร่วมกับ www.hotsia.com เที่ยวสะใจ