X ปิดหน้าต่างนี้

 

ติดต่อทัวร์โทร. 02-944 2108, 02-944 1080 แฟกซ์ 02-969 3680

  HOTSIA CENTER เที่ยวสะใจ   ทัวร์สะใจ จองที่พัก  My Facebook  My Youtube  My Blog

โดยโอเชี่ยนสไมย์ทัวร์
(ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)


ติดต่อทัวร์
โทร. 02-944 2108, 02-944 1080 แฟกซ์ 02-969 3680
ติดต่อตรงเบอร์มือถือคุณเล็ก 084-678 8585 อีเมล์และเอมเอสเอน guide_lek@hotmail.com email hotsia center: hotsia2@gmail.com


เที่ยวสะใจ > ฮ๊อตเซียเซ็นเตอร์ > ทัวร์อินเดีย


ทัวร์อินเดีย-เนปาล

ทัวร์อินเดีย-เนปาล: อินเดียทัวร์ ทัวร์สังเวชนียสถาน อินเดีย ทัวร์อินเดียสังเวชนียสถาน ราคาทัวร์อินเดีย ทัวร์อินเดีย
 

[CODE : 981] ทัวร์อินเดีย – เนปาล เจาะลึกสังเวชนียสถาน 4 ตำบล
ปัตนะ กุสินารา มกุฎพันธเจดีย์ ลุมพินี มายาเทวีวิหาร สาวัตถี วัดเชตะวัน
พาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคา สารนาท ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พุทธคยา ราชคฤห์
(พักเมืองปัฎนา 2 คืน, กุสินารา 1 คืน, ลุมพินี 1 คืน, สาวัตถี 1 คืน, พาราณสี 1 คืน, พุทธคยา 2 คืน)
ฮ๊อตเชียเซ็นเตอร์ ขอเสนอโปรแกรมเส้นทางแสวงบุญ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล พุทธคยา ลุมพินี กุสินารา สารวัตถี พารานสี สารนาท ในราคาที่พิเศษสุดๆ เพื่อให้ทุกท่านได้ไปแสวงบุญกัน ได้ไปทำบุญร่วมกัน สำหรับทีมงานมัคคุเทศก์ โรงแรมที่พัก เมนูอาหารรับประกันคุณภาพและในทริปนี้มีพระไทยนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตลอดทริปครับ
• หมายเหตุ : สำหรับเพื่อนๆจองทริปทัวร์ ทางเราจะแจ้งเบอร์ไกด์ จุดนัดหมายและการเตรียมตัวเดินทาง ก่อนเดินทาง 5 วันครับ ท่านสามารถมาตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางในเวบได้และก่อนเดินทาง 5 วัน ทางบริษัทฯจะโทรแจ้งเพื่อนสมาชิกอีกครั้งครับ
• เตรียมตัวเดินทางครับ
: จุดนัดหมาย สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 แถว P เคาน์เตอร์ สายการบิน JET AIRWAYS
: อุณหภูมิ
อุณหภูมิอากาศคล้ายบ้านเราครับ
: เวลา
เวลาในประเทศอินเดีย ช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง
: ภาษา
ภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น
: ไฟฟ้า
220 โวลต์ สามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูปได้ตามปกติ
: ระบบเงินตรา
สกุลเงินของอินเดียคือ รูปี (อัตราแลกเปลี่ยน 100.-บาท ได้ประมาณ 150 รูปี)
• โปรแกรมการเดินทาง
• ทริปวันที่ 20 - 28 ตุลาคม 2555 : ราคาท่านละ 45,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• ทริปวันที่ 2 - 10 ธันวาคม 2555 : ราคาท่านละ 45,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• เส้นสังเวชนียสถาน มีพระวิทยากรบรรยายและนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตลอดทริปนะครับ
วันแรก : กรุงเทพฯ – กัลกัตตา
13.30 น.
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 แถว P เคาน์เตอร์ สายการบิน JET AIRWAYS เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่องนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียดและเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาในการต่อเครื่อง แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น ถือได้คนละ 1 ใบ บนเครื่องมีบริการอาหารครับ)
16.00 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองกัลกัตตา โดยสายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W 071
17.05 น.
ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติกัลกัตตา ประเทศอินเดีย (เวลาอินเดียช้ากว่าไทยประมาณชั่วโมงครึ่ง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นรอต่อเครื่องไปเมืองปัฎนา
19.25 น.
ออกเดินทางต่อสู่ เมืองปัฎนา โดยสายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W 7078
20.30 น.

ถึง สนามบินเมืองปัฎนา เมืองปัฎนา (Patna) ในอดีตมีชื่อเรียก เช่น ปัตนะ ปาฏลีบุตร มคธ ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นพิหาร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่สาม ณ อโศการาม และที่นี้ยังเป็นสถานที่ที่เผยแพร่พระพุทธศาสนาไปทั่วอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช นำท่านเดินทางเข้าที่พัก พักผ่อน (พักโรงแรมเมืองปัฎนา)

วันที่สอง : ปัตนะ ปาวาลเจดีย์ วัดป่ามหาวัน มหาสถูปเกสริยา กุสินารา
06.30 น.

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวสาลี เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี, ไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและที่เป็นต้นกำเนิดของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ 500 รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองเวสาลีพร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง นำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน ชม เสาอโศก ที่สมบูรณ์ที่สุดและงดงามที่สุดของอินเดียและนมัสการ ปาวาลเจดีย์ วัดป่ามหาวัน

เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ดินแดนแห่งพุทธปรินิพพาน มหานครแห่งแคว้นมัลละ เที่ยวชม วัดไทยกุสินารา
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พัก Hotel Lotus Nikko หรือระดับเดียวกัน)
วันที่สาม : กุสินารา - มกุฏพันธนเจดีย์ - ลุมพินี เนปาล
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ มหาปรินิพพานสถูป กุสินารา สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนาปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท นำท่านนมัสการ พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน เหมือนกับได้กราบนมัสการพระบรมศพของพระพุทธเจ้าจริงๆ ชม พรามณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ และนมัสการ มกุฏพันธเจดีย์ มกุฎพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลุมพินี ในเขตประเทศเนปาล ผ่าน เมืองโครักข์ปูร์ เมืองพรมแดนของอินเดียเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ ของเนปาล สถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ
เย็น
ถึง พรมแดนอินเดีย-เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ บริการอาหารเย็น หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พัก Hotel Nirvana หรรือระดับเดียวกัน)
วันที่สี่ : ลุมพินี สังเวชนียสถานลุมพินี เนปาล วัดไทยลุมพินี เมืองสาวัตถี
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม มหาสังฆารามอนุสรณ์ ลุมพินี พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ มหาสังฆารามอนุสรณ์ลุมพินี ชม มายาเทวีวิหาร ลุมพินี ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวี แกะสลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนม และข้างหน้าเป็นรูปเจ้าฟ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว ชม สระสรงสนานธารโบกขรณี ชม วัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ สถานที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งแต่โบราณ ชม เสาอโศก ที่จารึกอักษรพรามณ์โบราณไว้ และนำท่านชม วัดไทยลุมพินี ซึ่งมีพระไทยจำพรรษาอยู่
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี ในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน 16 แคว้น เป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายและเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา รวมทั้งเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน ชมวิถีชีวิตชนบทของประเทศอินเดียระหว่างเดินทาง (วันนี้เดินทางไกลนะ ใช้เวลาเดินทางเยอะหน่อยครับ)
ค่ำ
นำท่านเดินทางเข้าที่พัก บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พัก Hotel Lotus Nikko)
วันที่ห้า : สาวัตถี บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี วัดเชตวัน เมืองพาราณสี
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชมสถานที่สำคัญอื่นๆเช่น บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี, บ้านพ่อขององคุลีมา, เนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ จากนั้นนำท่านกราบนมัสการพระพุทธเจ้าที่ วัดเชตวัน เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื้อที่ดินมาสร้างวัดถวายแด่พระพุทธเจ้าได้ เพราะในสมัยนั้นดินแดนทุกแห่งเป็นของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์ นำท่านนมัสการ กุฎิพระพุทธเจ้า กุฎิพระโมคคัลลา กุฎิพระสารีบุตร กุฎิพระสิวลี กุฎิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี (Varanasi) ดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาป มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดียและเป็นเมืองหลวงแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย เป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก
ค่ำ
นำท่านเดินทางเข้าที่พัก บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักโรงแรมเมืองพาราณสี Hotel Ideal Tower)
วันที่หก : เมืองพาราณสี เม่น้ำคงคา ธรรมเมกขสถูป สารนาถ พุทธคยา
05.00 น.
นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ (แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล) ให้ทุกท่านได้ ลอยกระทงแม่น้ำคงคา ชม พิธีบูชาไฟ มหาศิวะราตรี และ การเผาศพ ของชาวฮินดูที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน รวมทั้งเป็นสถานที่คนนับล้านมุ่งหน้ามาเพื่อชมพิธีกรรมริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ (พิธีเผาศพริมแม่น้ำคงคาของศาสนาฮินดู) จากนั้นเดินทางกลับที่พัก
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาถ นำท่านสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทาวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษี นักบวชและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพรามหณ์) ทำให้ปัจจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะมาบำเพ็ญตบะที่นี่ นำท่านชม มูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12 ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ชม ยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน
เที่ยง

บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ พุทธคยา พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดใน 1 ใน 4 สังเวชนียสถานและถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก

เย็น
บริการอาหารค่ำที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ พระมหาเจดีย์พุทธคยาิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและนำท่านนมัสการ พระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา ซึ่งเป็นพระพุทธปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ อายุกว่า 1,400 ปี สมควรแก่เวลาพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักโรงแรมที่พุทธคยา Hotel Sujata)
วันที่เจ็ด : พุทธคยา ราชคฤห์ เขาคิชฌกูฏ วัดเวฬุวัน นาลันทา หลวงพ่อดำ บ้านนางสุชาดา
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ นำท่านเดินขึ้น เขาคิชฌกูฎ หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลา ชม ถ้ำพระสารีบุตร สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชม กุฏีของพระอานนท์ นมัสการ มูลคันธกุฏี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านชม วัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกและนำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน) วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกทัพมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้น ว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด จากนั้นนำท่านเดินทางไปนมัสการ หลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นพระพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา จากนั้นนำท่านชม บ้านนางสุชาดา และชมบรรยากาศยามเย็นริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา
เย็น
บริการอาหารค่ำที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านสวดมนต์ ทำวัตรเย็นที่ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา สมควรแก่เวลาพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักโรงแรมที่พุทธคยา Hotel Sujata)
วันที่แปด : พุทธคยา - พระมหาเจดีย์พุทธคยา วัดไทย วัดญี่ปุ่น วัดภูฎาน ปัตนะ
เช้า

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารจากนั้นนำท่านชม วัดไทยพุทธคยา วัดทิเบต วัดญี่ปุ่น วัดภูฎาน ให้ท่านได้ช้อปปิ้งของฝากกลับบ้าน

เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองปัฎนา
เย็น
บริการอาหารเย็น หลังอาหารพักผ่อนกันตามสบาย (พักโรงแรมเมืองปัฎนา)
วันที่เก้า : กัลกัตตา – กรุงเทพฯ
05.45 น.
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองปัตนะ
08.15 น.
ออกเดินทางกลับสู่ เมืองกัลกัตต้า โดย สายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W 7099
09.15 น.
ถึง สนามบินเมืองกัลกัตต้า รอต่อเครื่อเพื่อเดินทางต่อกลับกรุงเทพฯ
11.00 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน JET AIRLINES เที่ยวบินที่ 9W 72
15.10 น.
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
• อัตราค่าบริการ (รวมค่าทิปและค่าบริการต่างๆแล้วครับ)
ผู้ใหญ่
เด็ก (พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน)
เด็ก (เสริมเตียง)
เด็ก (ไม่มีเตียง)
ท่านละ 45,900.-บาท
ท่านละ 45,900.-บาท
ท่านละ 44,900.-บาท
ท่านละ 41,900.-บาท
• พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 9,900.-บาท
• ลูกค้าเก่า ลดท่านละ 400.-บาท
• หมายเหตุ : กรณีพาสปอร์ตราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) ไม่ต้องทำวีซ่า รับส่วนลดท่านละ 2,500.-บาท
• หมายเหตุ : สำหรับอินเดีย การให้การบริการต่างๆ ชาวอินเดียจะขอทิป พูดง่ายๆคือตั้งแต่ออกจากสนามบินจนขึ้นเครื่องวันกลับ ดังนั้นทริปนี้จะรวมค่าทิปต่างๆไว้ให้แล้วครับ
• ค่าบริการนี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบิน JET AIRLINES ตามโปรแกรมทัวร์
2.ค่าโรงแรมที่พัก 8 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน)
3.ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ตามระบุในรายการ)
4.ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยว
5.ค่าประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 1,000,000.-บาท/ท่าน
6.ค่าภาษีสนามบินไทย + ค่าภาษีสนามบินอินเดีย
7.ค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
8.ค่าทิปไกด์และคนขับรถ (วันละ 100 รูปี รวมทริปนี้ 900 รูปี)
9.ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
10.มัคคุเทศก์นำเที่ยวพูดไทย
11.พระวิทยากรบรรยายและนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ
12.มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง

• ค่าบริการนี้ไม่รวม  : ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
• สิ่งที่ควรนำติดตัว : กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว, ยารักษาโรคประจำตัว, รองเท้าสวมใส่สบาย, เสื้อกันหนาว
• การสำรองที่นั่ง
1.วางมัดจำท่านละ 5,000.-บาทโดยผ่านบัญชี (ในวันที่ทำการจอง) พร้อมส่งชื่อ-นามสกุล ภาษาอังกฤษ ตรงกับหน้าพาสปอร์ต+ใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์มาให้ด้วยนะครับ
2.ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 20 วัน (พร้อมแฟกซ์ใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์)
• เอกสารทำวีซ่า
1.หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
2.หนังสือเดินทางควรมีหน้าว่างๆ สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย 2 หน้า
3.รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 รูป (ห้ามใส่เครื่องแบบราชการ) และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+สำเนาทะเบียนบ้าน
5.กรุณาส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันนะครับ
• หมายเหตุ : บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบเกี่ยวกับการปฎิเสธการเข้า-ออกนอกประเทศ อันสาเหตุมาจากหนังสือเดินทางมีอายุเหลือไม่ครบ 6 เดือนหรือการปฎิเสธการเข้าเมืองในกรณีอื่นๆ
• พาสปอร์ต : ท่านจะได้รับพาสปอร์ตคืนในวันเดินทางครับ
• สถานฑูตอินเดียอาจปฏิเสธไม่รับทำวีซ่าให้พาสปอร์ตของท่าน ในกรณีดังนี้
 
1.ชื่อเป็นผู้ชาย แต่ส่งรูปถ่ายที่ดูเป็นหญิง เช่น ไว้ผมยาว หรือแต่งหน้าทาปาก
2.นำรูปถ่ายเก่า ที่ถ่ายไว้เกินกว่า 6 เดือนมาใช้
3.นำรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง ที่ถ่ายเล่น หรือรูปยืนเอียงข้าง มาตัดใช้เพื่อยื่นทำวีซ่า
4.นำรูปถ่ายที่เป็นกระดาษถ่ายสติคเกอร์ หรือรูปที่พริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์
• หมายเลขบัญชี
1.ชื่อบัญชี บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย ถนนนวมินทร์ 161
บัญชีออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 575 – 0 – 00818 – 5
2.ชื่อ นายพรชนก ศักดิ์ธานี ธนาคารกสิกรไทย สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์
บัญชีออมทรัพย์ หมายเลข 720 - 2 - 18666 - 8
• หมายเหตุ : ทุกครั้งที่ท่านโอนเงิน กรุณาเขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ โปรแกรมทัวร์ มาให้ด้วยนะครับ อย่าแฟกซ์สลิปมาอย่างเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นของใครและจะส่งใบเสร็จให้ท่านไม่ได้นะครับ
กรุณาส่งหนังสือเดินทางพร้อมรูปถ่ายมาที่...
นายพรชนก ศักดิ์ธานี
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ จำกัด 23/121 ซอยนวมินทร์161 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
• หมายเหตุ : โปรแกรมท่องเที่ยวอาจมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวก่อนหลังได้ครับ โดยคำนึงถึงสภาพอากาศ
หัวเสาอโศก วัดป่ามหาวัน อินเดีย
เสาอโศก วัดป่ามหาวัน
วัดป่ามหาวัน เมืองปัตนะ อินเดีย
วัดป่ามหาวัน เมืองปัตนะ
สาลวโนทยาน กุสินารา อินเดีย
สังเวชนียสถาน กุสินารา
พระพุทธรูปปางปรินิพพาน
สังเวชนียสถาน กุสินารา
ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถานลุมพินี
สังเวชนียสถานลุมพินี
ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถานลุมพินี
สังเวชนียสถานลุมพินี
พระมูลคันธกุฏี วัดเชตวัน
พระมูลคันธกุฏี วัดเชตวัน
กุฎิพระสีวลี วัดเชตวัน
กุฎิพระสีวลี วัดเชตวัน
ธรรมเมกขสถูป สารนาถ
ธรรมเมกขสถูป สารนาถ
เที่ยวอินเดีย ธรรมเมกขสถูป
ธรรมเมกขสถูป สารนาถ
เที่ยวอินเดีย เมืองพาราณสี
เมืองพาราณสี
พระคันธกุฎีบนยอดเขาคิชฌกูฏ
พระคันธกุฎี เขาคิชฌกูฏ
เที่ยวอินเดีย นาลันทา ราชคฤห์
มหาวิทยาลัยนาลันทา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา
พระมหาเจดีย์พุทธคยา
พระมหาเจดีย์พุทธคยา
พระพุทธเมตตา พุทธคยา
พระพุทธเมตตา พุทธคยา



ทัวร์อินเดียสังเวชนียสถาน

ทัวร์อินเดียสังเวชนียสถาน: อินเดียทัวร์ ทัวร์สังเวชนียสถาน อินเดีย ทัวร์อินเดียสังเวชนียสถาน ราคาทัวร์อินเดีย ทัวร์อินเดีย
 

 
[CODE : 987] ทัวร์อินเดีย – เนปาล เจาะลึกสังเวชนียสถาน 4 ตำบล
ปัตนะ กุสินารา มกุฎพันธเจดีย์ ลุมพินี มายาเทวีวิหาร สาวัตถี วัดเชตะวัน
พาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคา สารนาท ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พุทธคยา ราชคฤห์
(พักเมืองปัฎนา 1 คืน, กุสินารา 1 คืน, ลุมพินี 1 คืน, สาวัตถี 1 คืน, พาราณสี 1 คืน, พุทธคยา 2 คืน)
 ฮ๊อตเชียเซ็นเตอร์ ขอเสนอโปรแกรมเส้นทางแสวงบุญ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล พุทธคยา ลุมพินี กุสินารา สารวัตถี พารานสี สารนาท ในราคาที่พิเศษสุดๆ เพื่อให้ทุกท่านได้ไปแสวงบุญกัน ได้ไปทำบุญร่วมกัน สำหรับทีมงานมัคคุเทศก์ โรงแรมที่พัก เมนูอาหารรับประกันคุณภาพและในทริปนี้มีพระไทยนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตลอดทริปครับ
• หมายเหตุ : สำหรับเพื่อนๆจองทริปทัวร์ ทางเราจะแจ้งเบอร์ไกด์ จุดนัดหมายและการเตรียมตัวเดินทาง ก่อนเดินทาง 5 วันครับ ท่านสามารถมาตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางในเวบได้และก่อนเดินทาง 5 วัน ทางบริษัทฯจะโทรแจ้งเพื่อนสมาชิกอีกครั้งครับ
• เตรียมตัวเดินทางครับ
: จุดนัดหมาย สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 แถว P เคาน์เตอร์ สายการบิน JET AIRWAYS
: อุณหภูมิ
อุณหภูมิอากาศคล้ายบ้านเราครับ
: เวลา
เวลาในประเทศอินเดีย ช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง
: ภาษา
ภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น
: ไฟฟ้า
220 โวลต์ สามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูปได้ตามปกติ
: ระบบเงินตรา
สกุลเงินของอินเดียคือ รูปี (อัตราแลกเปลี่ยน 100.-บาท ได้ประมาณ 150 รูปี)
• โปรแกรมการเดินทาง
• ทริปวันที่ 20 - 28 ตุลาคม 2555 : ราคาท่านละ 44,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• ทริปวันที่ 2 - 10 ธันวาคม 2555 : ราคาท่านละ 44,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• ทริปวันที่ 23 - 31 ธันวาคม 2555 : ราคาท่านละ 46,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• ทริปวันที่ 29 ธันวาคม - 6 มกราคม 2556 : ราคาท่านละ 46,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• เส้นสังเวชนียสถาน มีพระวิทยากรบรรยายและนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตลอดทริปนะครับ
วันแรก : กรุงเทพฯ – กัลกัตตา
13.30 น.
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 แถว P เคาน์เตอร์ สายการบิน JET AIRWAYS เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่องนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียดและเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาในการต่อเครื่อง แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น ถือได้คนละ 1 ใบ บนเครื่องมีบริการอาหารครับ)
16.00 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองกัลกัตตา โดยสายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W 071
17.05 น.
ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติกัลกัตตา ประเทศอินเดีย (เวลาอินเดียช้ากว่าไทยประมาณชั่วโมงครึ่ง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นรอต่อเครื่องไปเมืองปัฎนา
19.25 น.
ออกเดินทางต่อสู่ เมืองปัฎนา โดยสายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W 7078
20.30 น.

ถึง สนามบินเมืองปัฎนา เมืองปัฎนา (Patna) ในอดีตมีชื่อเรียก เช่น ปัตนะ ปาฏลีบุตร มคธ ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นพิหาร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่สาม ณ อโศการาม และที่นี้ยังเป็นสถานที่ที่เผยแพร่พระพุทธศาสนาไปทั่วอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช นำท่านเดินทางเข้าที่พัก พักผ่อน (พักโรงแรมเมืองปัฎนา)

วันที่สอง : ปัตนะ ปาวาลเจดีย์ วัดป่ามหาวัน มหาสถูปเกสริยา กุสินารา
06.30 น.

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวสาลี เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี, ไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและที่เป็นต้นกำเนิดของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ 500 รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองเวสาลีพร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง นำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน ชม เสาอโศก ที่สมบูรณ์ที่สุดและงดงามที่สุดของอินเดียและนมัสการ ปาวาลเจดีย์ วัดป่ามหาวัน

เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ดินแดนแห่งพุทธปรินิพพาน มหานครแห่งแคว้นมัลละ เที่ยวชม วัดไทยกุสินารา
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พัก Hotel Lotus Nikko หรือระดับเดียวกัน)
วันที่สาม : กุสินารา - มกุฏพันธนเจดีย์ - ลุมพินี เนปาล
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ มหาปรินิพพานสถูป กุสินารา สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนาปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท นำท่านนมัสการ พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน เหมือนกับได้กราบนมัสการพระบรมศพของพระพุทธเจ้าจริงๆ ชม พรามณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ และนมัสการ มกุฏพันธเจดีย์ มกุฎพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลุมพินี ในเขตประเทศเนปาล ผ่าน เมืองโครักข์ปูร์ เมืองพรมแดนของอินเดียเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ ของเนปาล สถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ
เย็น
ถึง พรมแดนอินเดีย-เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ บริการอาหารเย็น หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พัก Hotel Nirvana หรรือระดับเดียวกัน)
วันที่สี่ : ลุมพินี สังเวชนียสถานลุมพินี เนปาล วัดไทยลุมพินี เมืองสาวัตถี
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม มหาสังฆารามอนุสรณ์ ลุมพินี พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ มหาสังฆารามอนุสรณ์ลุมพินี ชม มายาเทวีวิหาร ลุมพินี ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวี แกะสลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนม และข้างหน้าเป็นรูปเจ้าฟ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว ชม สระสรงสนานธารโบกขรณี ชม วัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ สถานที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งแต่โบราณ ชม เสาอโศก ที่จารึกอักษรพรามณ์โบราณไว้ และนำท่านชม วัดไทยลุมพินี ซึ่งมีพระไทยจำพรรษาอยู่
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี ในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน 16 แคว้น เป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายและเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา รวมทั้งเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน ชมวิถีชีวิตชนบทของประเทศอินเดียระหว่างเดินทาง (วันนี้เดินทางไกลนะ ใช้เวลาเดินทางเยอะหน่อยครับ)
ค่ำ
นำท่านเดินทางเข้าที่พัก บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พัก Hotel Lotus Nikko)
วันที่ห้า : สาวัตถี บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี วัดเชตวัน เมืองพาราณสี
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชมสถานที่สำคัญอื่นๆเช่น บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี, บ้านพ่อขององคุลีมา, เนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ จากนั้นนำท่านกราบนมัสการพระพุทธเจ้าที่ วัดเชตวัน เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื้อที่ดินมาสร้างวัดถวายแด่พระพุทธเจ้าได้ เพราะในสมัยนั้นดินแดนทุกแห่งเป็นของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์ นำท่านนมัสการ กุฎิพระพุทธเจ้า กุฎิพระโมคคัลลา กุฎิพระสารีบุตร กุฎิพระสิวลี กุฎิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี (Varanasi) ดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาป มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดียและเป็นเมืองหลวงแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย เป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก
ค่ำ
นำท่านเดินทางเข้าที่พัก บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักโรงแรมเมืองพาราณสี Hotel Ideal Tower)
วันที่หก : เมืองพาราณสี เม่น้ำคงคา ธรรมเมกขสถูป สารนาถ พุทธคยา
05.00 น.
นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ (แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล) ให้ทุกท่านได้ ลอยกระทงแม่น้ำคงคา ชม พิธีบูชาไฟ มหาศิวะราตรี และ การเผาศพ ของชาวฮินดูที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน รวมทั้งเป็นสถานที่คนนับล้านมุ่งหน้ามาเพื่อชมพิธีกรรมริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ (พิธีเผาศพริมแม่น้ำคงคาของศาสนาฮินดู) จากนั้นเดินทางกลับที่พัก
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาถ นำท่านสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทาวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษี นักบวชและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพรามหณ์) ทำให้ปัจจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะมาบำเพ็ญตบะที่นี่ นำท่านชม มูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12 ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ชม ยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน
เที่ยง

บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ พุทธคยา พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดใน 1 ใน 4 สังเวชนียสถานและถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก

เย็น
บริการอาหารค่ำที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ พระมหาเจดีย์พุทธคยาิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและนำท่านนมัสการ พระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา ซึ่งเป็นพระพุทธปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ อายุกว่า 1,400 ปี สมควรแก่เวลาพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักโรงแรมที่พุทธคยา Hotel Sujata)
วันที่เจ็ด : พุทธคยา ราชคฤห์ เขาคิชฌกูฏ วัดเวฬุวัน นาลันทา หลวงพ่อดำ บ้านนางสุชาดา
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ นำท่านเดินขึ้น เขาคิชฌกูฎ หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลา ชม ถ้ำพระสารีบุตร สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชม กุฏีของพระอานนท์ นมัสการ มูลคันธกุฏี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านชม วัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกและนำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน) วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกทัพมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้น ว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด จากนั้นนำท่านเดินทางไปนมัสการ หลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นพระพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา จากนั้นนำท่านชม บ้านนางสุชาดา และชมบรรยากาศยามเย็นริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา
เย็น
บริการอาหารค่ำที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านสวดมนต์ ทำวัตรเย็นที่ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา สมควรแก่เวลาพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักโรงแรมที่พุทธคยา Hotel Sujata)
วันที่แปด : พุทธคยา - พระมหาเจดีย์พุทธคยา วัดไทย วัดญี่ปุ่น วัดภูฎาน ปัตนะ - กัลกัตต้า
เช้า

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารจากนั้นนำท่านชม วัดไทยพุทธคยา วัดทิเบต วัดญี่ปุ่น วัดภูฎาน ให้ท่านได้ช้อปปิ้งของฝากกลับบ้าน

เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองปัฎนา
เย็น
บริการอาหารเย็น หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองปัตนะ
21.00 น.
ออกเดินทางกลับสู่ เมืองกัลกัตต้า โดย สายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W 7100
22.00 น.
ถึง สนามบินเมืองกัลกัตต้า รอต่อเครื่อเพื่อเดินทางต่อกลับกรุงเทพฯ
วันที่เก้า : กัลกัตตา – กรุงเทพฯ
01.30 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน JET AIRLINES เที่ยวบินที่ 9W 66
05.40 น.
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
• อัตราค่าบริการ (รวมค่าทิปและค่าบริการต่างๆแล้วครับ)
ผู้ใหญ่
เด็ก (พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน)
เด็ก (เสริมเตียง)
เด็ก (ไม่มีเตียง)
ท่านละ 46,900.-บาท
ท่านละ 46,900.-บาท
ท่านละ 45,900.-บาท
ท่านละ 42,900.-บาท
• พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 9,900.-บาท
• ลูกค้าเก่า ลดท่านละ 400.-บาท
• หมายเหตุ : กรณีพาสปอร์ตราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) ไม่ต้องทำวีซ่า รับส่วนลดท่านละ 2,500.-บาท
• หมายเหตุ : สำหรับอินเดีย การให้การบริการต่างๆ ชาวอินเดียจะขอทิป พูดง่ายๆคือตั้งแต่ออกจากสนามบินจนขึ้นเครื่องวันกลับ ดังนั้นทริปนี้จะรวมค่าทิปต่างๆไว้ให้แล้วครับ
• ค่าบริการนี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบิน JET AIRLINES ตามโปรแกรมทัวร์
2.ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน)
3.ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ตามระบุในรายการ)
4.ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยว
5.ค่าประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 1,000,000.-บาท/ท่าน
6.ค่าภาษีสนามบินไทย + ค่าภาษีสนามบินอินเดีย
7.ค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
8.ค่าทิปไกด์และคนขับรถ (วันละ 100 รูปี รวมทริปนี้ 900 รูปี)
9.ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
10.มัคคุเทศก์นำเที่ยวพูดไทย
11.พระวิทยากรบรรยายและนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ
12.มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง

• ค่าบริการนี้ไม่รวม  : ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
• สิ่งที่ควรนำติดตัว : กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว, ยารักษาโรคประจำตัว, รองเท้าสวมใส่สบาย, เสื้อกันหนาว
• การสำรองที่นั่ง
1.วางมัดจำท่านละ 5,000.-บาทโดยผ่านบัญชี (ในวันที่ทำการจอง) พร้อมส่งชื่อ-นามสกุล ภาษาอังกฤษ ตรงกับหน้าพาสปอร์ต+ใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์มาให้ด้วยนะครับ
2.ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 20 วัน (พร้อมแฟกซ์ใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์)
• เอกสารทำวีซ่า
1.หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
2.หนังสือเดินทางควรมีหน้าว่างๆ สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย 2 หน้า
3.รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 รูป (ห้ามใส่เครื่องแบบราชการ) และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+สำเนาทะเบียนบ้าน
5.กรุณาส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันนะครับ
• หมายเหตุ : บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบเกี่ยวกับการปฎิเสธการเข้า-ออกนอกประเทศ อันสาเหตุมาจากหนังสือเดินทางมีอายุเหลือไม่ครบ 6 เดือนหรือการปฎิเสธการเข้าเมืองในกรณีอื่นๆ
• พาสปอร์ต : ท่านจะได้รับพาสปอร์ตคืนในวันเดินทางครับ
• สถานฑูตอินเดียอาจปฏิเสธไม่รับทำวีซ่าให้พาสปอร์ตของท่าน ในกรณีดังนี้
 
1.ชื่อเป็นผู้ชาย แต่ส่งรูปถ่ายที่ดูเป็นหญิง เช่น ไว้ผมยาว หรือแต่งหน้าทาปาก
2.นำรูปถ่ายเก่า ที่ถ่ายไว้เกินกว่า 6 เดือนมาใช้
3.นำรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง ที่ถ่ายเล่น หรือรูปยืนเอียงข้าง มาตัดใช้เพื่อยื่นทำวีซ่า
4.นำรูปถ่ายที่เป็นกระดาษถ่ายสติคเกอร์ หรือรูปที่พริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์
• หมายเลขบัญชี
1.ชื่อบัญชี บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย ถนนนวมินทร์ 161
บัญชีออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 575 – 0 – 00818 – 5
2.ชื่อ นายพรชนก ศักดิ์ธานี ธนาคารกสิกรไทย สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์
บัญชีออมทรัพย์ หมายเลข 720 - 2 - 18666 - 8
• หมายเหตุ : ทุกครั้งที่ท่านโอนเงิน กรุณาเขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ โปรแกรมทัวร์ มาให้ด้วยนะครับ อย่าแฟกซ์สลิปมาอย่างเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นของใครและจะส่งใบเสร็จให้ท่านไม่ได้นะครับ
กรุณาส่งหนังสือเดินทางพร้อมรูปถ่ายมาที่...
นายพรชนก ศักดิ์ธานี
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ จำกัด 23/121 ซอยนวมินทร์161 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
• หมายเหตุ : โปรแกรมท่องเที่ยวอาจมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวก่อนหลังได้ครับ โดยคำนึงถึงสภาพอากาศ
หัวเสาอโศก วัดป่ามหาวัน อินเดีย
เสาอโศก วัดป่ามหาวัน
วัดป่ามหาวัน เมืองปัตนะ อินเดีย
วัดป่ามหาวัน เมืองปัตนะ
สาลวโนทยาน กุสินารา อินเดีย
สังเวชนียสถาน กุสินารา
พระพุทธรูปปางปรินิพพาน
สังเวชนียสถาน กุสินารา
ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถานลุมพินี
สังเวชนียสถานลุมพินี
ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถานลุมพินี
สังเวชนียสถานลุมพินี
พระมูลคันธกุฏี วัดเชตวัน
พระมูลคันธกุฏี วัดเชตวัน
กุฎิพระสีวลี วัดเชตวัน
กุฎิพระสีวลี วัดเชตวัน
ธรรมเมกขสถูป สารนาถ
ธรรมเมกขสถูป สารนาถ
เที่ยวอินเดีย ธรรมเมกขสถูป
ธรรมเมกขสถูป สารนาถ
เที่ยวอินเดีย เมืองพาราณสี
เมืองพาราณสี
พระคันธกุฎีบนยอดเขาคิชฌกูฏ
พระคันธกุฎี เขาคิชฌกูฏ
เที่ยวอินเดีย นาลันทา ราชคฤห์
มหาวิทยาลัยนาลันทา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา
พระมหาเจดีย์พุทธคยา
พระมหาเจดีย์พุทธคยา
พระพุทธเมตตา พุทธคยา
พระพุทธเมตตา พุทธคยา


 


ทัวร์เลห์ลาดัก

ทัวร์เลห์ลาดัก ทัวร์เลห์ลาดัก
 

(PU 541) ทัวร์ภูฏาน - เมืองพาโร พาโรซอง คิชูลาคัง วัดทักซัง - เมืองทิมพู เมมโมเรียลโชเตน
วัดซังกังคา สวนสัตว์ภูฏาน วัดนันนารี ทาชิโชซอง - เมืองปูนาคา ปูนาคาซอง - เมืองวังดี วังดีซอง
(พัก โรงแรมภูฎาน 4 คืน)
ฮ๊อตเชียเซ็นเตอร์ ขอเชิญท่านสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่ประเทศภูฏาน ดินแดนแห่งขุนเขาอันลึกลับ มนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติและความสงบสุข รวมทั้งกลิ่นอายของวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ที่มีให้เห็นเป็นรูปงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีปรากฏอยู่ให้เห็นทั่วทุกหนแห่ง กับรอยยิ้มแห่งความเป็นมิตรที่จริงใจและซื่อบริสุทธิ์ของผู้คนที่สามารถพบได้ทั่วไป สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ภูฏานแตกต่างจากทุก ๆ ประเทศแห่งโลกใบนี้
• เตรียมตัวเดินทางครับ
: จุดนัดหมาย สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ W สายบินดรุ๊กแอร์
: อุณหภูมิ
อากาศเย็นและลมค่อนข้างแรง (ให้เตรียมเสื้อกันลมติดไปด้วยครับ)
: เวลา
เวลาในประเทศภูฏานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
: ภาษา
ภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น
: ไฟฟ้า
220 โวลต์ สามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูปได้ตามปกติ (กรุณาเอา ADAPTER ไปด้วยครับ)
: ระบบเงินตรา
: สกุลเงินของภูฏาน คือ งุลดรัม (Ngultrum) มีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 ดอลล่า ได้ 43 งุลดรัม (ไปแลกที่สนามบินภูฏานหรือที่โรงแรมก็ได้ โดยเอาเงินดอลล่าไปครับ)
: การใช้จ่ายในภูฏาน สามารถใช้ได้ทั้งเงินงุลดรัม และ เงินดอลล่าร์ ส่วนเงินรูปีอินเดีย ก็ใช้ได้ แต่ต้องใช้แบ้งค์ที่ต่ำกว่า 100 รูปีครับ
: แนะนำให้เตรียมเงินดอลล่า ใบละ 1 ดอลล่า จะได้สะดวกในการใช้ทำบุญหรือการให้ทิป เพราะเงินงุลดรัม ส่วนใหญ่เป็นใบ 100, 500, 1,000 ครับ
: หมายเหตุ
: น้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ไม่เกิน 20 กิโลกรัมครับ
• โปรแกรมการเดินทาง 

• ทริปเดินทาง : วันที่ 19 - 23 ตุลาคม 2555 (ท่านละ 59,900.-บาท เปิดจองแล้ว)
• ทริปเดินทาง : วันที่ 6 - 10 ธันวาคม 2555 (ท่านละ 55,900.-บาท เปิดจองแล้ว)
• ทริปเดินทาง : วันที่ 29 ธันวาคม - 2 มกราคม 2556 (ท่านละ 59,900.-บาท เปิดจองแล้ว)
 

วันแรก : กรุงเทพฯ – ภูฏาน เมืองพาโร พิพิธภัณฑ์ภูฏาน พาโรซอง วัดคิชูลาคัง - เมืองทิมพู วัดซังกังคา
05.00 น.
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 แถว W เคาน์เตอร์สายบินดรุ๊กแอร์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
06.50 น.
ออกเดินทางสู่ ประเทศภูฏาน โดยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB131 / KB141
10.00 น.
ถึง สนามบินพาโร เมืองพาโร (Paro) ที่ระดับความสู 2,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลกเงินงุลดรัม (Ngultrum เงินท้องถิ่น) ที่ สนามบินพาโร (เวลาของประเทศภูฏาน ช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) จากนั้นนำท่านเดินทางชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum of Bhutan) ซึ่งในอดีตเคยเป็นหอสังเกตการณ์ หรือ ตาซอง (Ta Dzong) ให้แก่พาโร ริงปุง ซอง แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวมรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ จากนั้นนำท่านชม พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1646 โดยฉับดรุง งาวัง นัมเกล ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็นทั้งสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ 200 รูป และยังเป็นสถานที่หนึ่งที่เคยใช้ถ่ายทำภาพยนต์ เรื่อง The Little Buddha
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคารเมืองพาโร (มื้อที่ 1) หลังอาหารนำท่านเที่ยวชม คิชูลาคัง (Kyichu Lhakhang) หรือ วัดคิชู ซึ่งเป็น 1ใน 2 วัดที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศภูฏาน วัดนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ซองเซน กัมโป (Songtsen Gampo) แห่งทิเบตซึ่งได้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศภูฏาน จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองทิมพู (Thimphu ) เมืองหลวงของประเทศภูฏาน ระยะทาง 65 ก.ม. แวะชมวิวทิวทัศน์ที่ วัดตัมชู (Tamchoe Monastery) ซึ่งมีสะพานโซ่เหล็กเก่าแก่อยู่ด้านหน้าวัด จากนั้นนำท่านชม จุดชมวิวแม่น้ำวังชู ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำพาโรและแม่น้ำทิมพูที่ไหลมาบรรจบกัน ก่อนที่จะไหลลงสู่ประเทศอินเดีย ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของทะเลภูเขา ถึง เมืองทิมพู ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร นำท่านชม ตัวเมืองทิมพู เมืองที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวของประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัย โดยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนมิตรไมตรีจิตของผู้คน โดยชาวภูฏานส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โก (Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า กีร่า (Kira) จากนั้นนำท่านชม เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chorten) เป็นมหาสถูปที่สร้างขึ้นในปี 1974 ตามแนวพระราชดำริของพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงค์วังชุก ซึ่งเสด็จสวรรคตในปี 1972 สร้างขึ้นเพื่อสันติสุขและความรุ่งเรืองของโลกและนำท่านเที่ยวชม วัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างใน ค.ศ.ที่ 14 วัดที่ศักดิ์สิทธิ์และชาวภูฏานนิยมมาของไหว้พระขอพรและให้พระตั้งชื่อให้ลูกของตัวเอง ที่วัดนี้ท่านสามารถให้พระตั้งชื่อเป็นแบบชาวภูฏานได้ รอบๆบริเวณวัดท่านยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองทิมพู เที่ยวชมตัวเมืองทิมพูในยามเย็นกันตามอัธยาศัย
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 2) หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย (พัก HOTEL PHUNTSHO PELRI /HOTEL NAMGAY HERITAGE หรือระดับเดียวกัน)
วันที่สอง : เมืองทิมพู -โดจูล่า - เมืองปูนาคา ปูนาคาซอง - เมืองวังดี วังดีซอง
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 3) หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองปูนาคา(Punakha) ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร แวะชม โดจูล่า (DochuLa) ที่ระดับความสูง 3,150 เมตร ให้ท่านชม สถูป 108 องค์ ที่ถูกโดยราชินีองค์ที่ 1 ในพระเจ้าจิกมี่ซิงเก วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์วังชุก เพื่อเป็นการขอบคุณพระสวามีและบุตรชายในการชนะสงครามและเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย และสถานที่นี้ในวันที่อากาศแจ่มใสท่านสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาหิมาลัยที่งดงาม รวมถึงยอดเขา กังก้า พุนซุม (Gangkhar Phuensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก (ที่ยังไม่มีผู้ใดสามารถปีนขึ้นไปได้) ซึ่งสูงถึง 7,500 เมตร ระหว่างทาง ท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของทุ่งนาขั้นบันไดและดอกไม้ที่บานตลอดเส้นทาง
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารไทย (มื้อที่ 4) หลังอาหารนำท่านชม ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1637 โดยฉับดรุง งาวังนัมเกล โดยตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโพ (แม่น้ำพ่อ) และ แม่น้ำโม (แม่น้ำแม่) ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งนี้ถูกภัยธรรมชาติทำลายหลายครั้ง คือมีไฟไหม้และน้ำท่วม แต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองวังดี (Wangdi) นำท่านชม วังดีซอง (Wangdi Dzong) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขาสูง ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงาม (การเที่ยวปูนาคาซองและวังดีซอง แนะนำให้เที่ยวในช่วงบ่าย เพราะจะได้ถ่ายรูปโดยไม่ย้อนแสงอาทิตย์ครับ)
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 5) หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย (พัก KICHU RESORT หรือระดับเดียวกัน)
วันที่สาม : เมืองวังดี - เมืองทิมพู สวนสัตว์ วัดนันนารี โรงเรียนสอนงานศิลปะ ทาชิโชซอง
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 6) หลังอาหารนำท่านออกเดินทางกลับสู่ เมืองทิมพู นำท่านชม สถานอนุรักษ์สัตว์ประจำชาติของภูฏาน ที่เรียกว่า ทาคิน (Takin) ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยากมาก และชม จุดชมวิวซังเกกัง (Sangaygang) จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาเมืองทิมพู เพื่อเก็บภาพประทับใจ และนำท่านชมความสวยงามของ วัดนันนารี ซึ่งเป็นวัดที่สร้างอยู่บนเนินเขา ใกล้ๆกับจุดชมวิวซังเกกัง
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (มื้อที่ 7) หลังอาหารนำท่านชม โรงเรียนสอนงานศิลปะ (The School of Arts and Crafts or the Painting School) เป็นสถาบันงานศิลปะและงานช่างของภูฏาน 13 แขนง โดยใช้หลักสูตร 6 ปี ซึ่งท่านจะเห็นเด็กนักเรียนกำลังประดิษฐ์งานศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การแกะสลักไม้ การปั้นพระพุทธรูปปูนปั้น และการวาดภาพพระบฏ นำท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฎาน มีให้เลือกหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่า ซอง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆ รวมทั้งยังมีสแตมป์ 3 มิติอีกด้วย และที่ไปรษณีย์ภูฏานท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองเป็นตราไปรษณีย์ส่งกลับมาประเทศไทยได้ด้วย นำท่านชม ศูนย์ผ้าทอภูฏาน ซึ่งจัดแสดงผ้าทอและชุดประจำชาติภูฏานในภูมิภาคต่างๆและนำท่านชม การยิงธนู (Archery) ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติของประเทศภูฏานและนำท่านชม ทาชิโชซอง (Tashichho Dzong) ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในปี 1962 ปัจจุบันป้อมปราการแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่ทำการของกระทรวงต่างๆ และวัด รวมทั้งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระสังฆราช นอกจากนี้กษัตริย์จิกมีทรงพำนักภายในบริเวณป้อมปราการนี้ด้วยและจากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งของฝากจากเมืองทิมพู อาทิ ชุดประจำชาติภูฏาน ผ้าทอต่างๆ และของฝากประเภทงานไม้ หน้ากาก
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 8) หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พัก HOTEL PHUNTSHO PELRI /HOTEL NAMGAY HERITAGE หรือระดับเดียวกัน)
วันที่สี่ : เมืองทิมพู – เมืองพาโร วัดทักซัง
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 9) หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองพาโร นำท่านเดินทางขึ้นสู่ วัดทักซัง (Taktshang Goemba) หรือ รังเสือ (Tiger Nest) ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร วัดทักซังเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุด (ให้ท่านขี่ม้าขึ้นยอดเขาจากระดับน้ำ 2,300 เมตรสู่ยอดเขา 3,100 เมตร ค่าขี่ม้าไม่รวมในรายการ ประมาณ 10 ดอลล่า)
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคารบนยอดเขา (มื้อที่ 10) หลังอาหารนำท่านไปนมัสการพระพุทธรูปและรูปของคุรุรินโปเช่ ซึ่งชาวภูฏานถือว่าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 2 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าที่พัก
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 11) หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย (พักที่ HOTEL GANTEY PALACE /TENZINLING RESORT หรือ ระดับเดียวกัน)
วันที่ห้า : พาโร - กรุงเทพฯ
07.00 น.
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 12) หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินพาโร
10.50 น.
ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดย สายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB140 / KB128
16.15 น.
เดินทางกลับถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพฯ
• อัตราค่าบริการ (รวมค่าทิปและค่าบริการทุกอย่างครบแล้วครับ)
ผู้ใหญ่
เด็ก (พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน)
เด็ก (ไม่มีเตียง)
พักเดี่ยว
ท่านละ 57,900.-บาท
ท่านละ 54,900.-บาท
ท่านละ 52,900.-บาท
เพิ่มท่านละ 7,500.-บาท
• ลูกค้าเก่า ลดท่านละ 400.-บาท
• กรุ๊ปเหมาหมู่คณะ 10 ท่านขึ้นไป ออกเดินทางได้ทุกวัน มีไกด์เดินทางจากกรุงเทพฯตลอดการเดินทาง
• ค่าบริการนี้รวม
• ตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-พาโร-กรุงเทพฯ และ ค่าภาษีสนามบิน
• ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุในรายการ
• ค่าที่พักโรงแรม (พักห้องละ 2 ท่าน) โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน
• ค่าวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ US$ 20 + ค่าพัฒนาการท่องเที่ยว US$ 10
• ค่าพาหนะในการนำเที่ยวและค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
• ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 1,000,000.-บาท
• ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถภูฏาน (20 ดอลล่า)
• ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
• ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์คนไทย
• ค่าบริการนี้ไม่รวม
• ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มนอกรายการ
• ค่าน้ำหนักของกระของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก. ต่อท่าน)
• ค่าทิปไกด์ไทย (ไม่ระบุ ตามอัธยาศัยครับ)
• ค่าบริการแพ็คเกจทัวร์ (มีเจ้าหน้าที่ส่งกรุ๊ปที่สนามบิน)
• ค่าบริการแพ็คเกจทัวร์ (เดือนมกราคม, กุมภาพันธ์, มิถุนายน, กรกฏาคม, สิงหาคม และ ธันวาคม)
จำนวนคน
2 - 3 ท่าน
4 - 6 ท่าน
7 - 10 ท่าน
11 ท่านขึ้นไป
ราคาต่อท่าน
ท่านละ 33,900.-บาท
ท่านละ 27,900.-บาท
ท่านละ 26,900.-บาท
ท่านละ 26,500.-บาท
• ลูกค้าเก่า ลดท่านละ 400.-บาท
• พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 6,500.-บาท
• ราคานี้รวม ค่ารถปรับอากาศ ค่าโรงแรม ค่าอาหารทุกมื้อ ค่าวีซ่า ค่าเข้าประเทศ ค่าไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยว
• ราคานี้ไม่รวม ค่าตั๋วเครื่องบิน (ราคาตั๋วประมาณ 20,000 - 30,000.-บาท แล้วแต่การจองในแต่ละวันครับ) และค่าทิปไกด์ท้องถิ่น+คนขับรถภูฏาน (20 ดอลล่า/คน)
• ค่าบริการแพ็คเกจทัวร์ (เดือนมีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม, กันยายน, ตุลาคม และ พฤศจิกายน)
จำนวนคน
2 - 3 ท่าน
4 - 6 ท่าน
7 - 10 ท่าน
11 ท่านขึ้นไป
ราคาต่อท่าน
ท่านละ 36,900.-บาท
ท่านละ 30,900.-บาท
ท่านละ 29,900.-บาท
ท่านละ 29,500.-บาท
• ลูกค้าเก่า ลดท่านละ 400.-บาท
• พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 7,500.-บาท
• ราคานี้รวม ค่ารถปรับอากาศ ค่าโรงแรม ค่าอาหารทุกมื้อ ค่าวีซ่า ค่าเข้าประเทศ ค่าไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยว
• ราคานี้ไม่รวม ค่าตั๋วเครื่องบิน (ราคาตั๋วประมาณ 20,000 - 30,000.-บาท แล้วแต่การจองในแต่ละวันครับ) และค่าทิปไกด์ท้องถิ่น+คนขับรถภูฏาน (20 ดอลล่า/คน)
• โรงแรมที่พัก : เราใช้โรงแรมที่มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน
• สิ่งที่ควรนำติดตัว : กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว, ยารักษาโรคประจำตัว, รองเท้าสวมใส่สบาย, เสื้อกันหนาว
• การสำรองที่นั่ง
1.แจ้งชื่อ นามสกุล, อายุ เบอร์โทร/แฟกซ์ เพื่อทำประกันภัยการเดินทาง
2.วางมัดจำท่านละ 10,000.-บาทโดยผ่านบัญชี (เพื่อทำการจองตั๋วครับ)
3.ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 15 วัน
• เอกสารขอวีซ่า
• หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2 หน้า
• รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว 1 ใบ
• การยื่นขอวีซ่า
1.ทางบริษัทฯ เป็นผู้ยื่นขอวีซ่าให้ โดยส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตและรูปถ่ายไปให้กับทางบริษัททัวร์ภูฏาน
2.บริษัททัวร์ภูฏานเป็นคนยื่นเอกสารขอวีซ่าจากการท่องเที่ยวภูฏานที่เมืองทิมพู (ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7 วัน)
3.วีซ่าภูฏาน สถานฑูตประเทศภูฏานทุกประเทศไม่สามารถออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวได้ คนที่ออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวได้คือการท่องเที่ยวภูฏานที่เมืองทิมพูเพียงแห่งเดียวและต้องให้บริษัททัวร์ภูฏานเป็นผู้ยื่นให้เท่านั้น (ดังนั้นนักท่องเที่ยวไม่สามารถขอวีซ่าเองได้ครับ)
• หมายเลขบัญชี
1.ชื่อบัญชี บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย ถนนนวมินทร์ 161
บัญชีออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 575 – 0 – 00818 – 5
2.ชื่อ นายพรชนก ศักดิ์ธานี ธนาคารกสิกรไทย สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์
บัญชีออมทรัพย์ หมายเลข 720 - 2 - 18666 - 8
• หมายเหตุ : ทุกครั้งที่ท่านโอนเงิน กรุณาเขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ โปรแกรมทัวร์ มาให้ด้วยนะครับ อย่าแฟกซ์สลิปมาอย่างเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นของใครและจะส่งใบเสร็จให้ท่านไม่ได้นะครับ
• โปรแกรมทัวร์ภูฏานอาจมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวก่อนหลังได้ครับ โดยคำนึงถึงสภาพอากาศ
• ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม....
• ภูฎาน : เป็นประเทศที่อยู่ในหุบเขาสูง มีพื้นที่ราบและพื้นที่ทำการเกษตรมีน้อย
• อาหารการกิน : มีอาหารจำพวกผักเยอะหน่อยครับ เพราะคนภูฎานไม่ชอบทานเนื้อสัตว์ และเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย
• โรงแรม : เราใช้โรงแรมที่มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน
• บุหรี่ : การนำบุหรี่เข้าประเทศภูฏาน ท่านต้องจ่ายภาษี 100% และการสูบบุหรี่ในที่สาธาณะเป็นสิ่งผิดกฎหมายด้วยครับ
• การแต่งตัว : การท่องเที่ยวในประเทศภูฏาน แนะนำให้แต่งตัวแบบเรียบร้อย เพราะภูฏานรักษาวัฒนธรรมอย่างเหนียวแน่น
• การถ่ายรูป : ประเทศภูฏาน ท่านสามารถถ่ายรูปได้แทบทุกสถานที่ ยกเว้นพระพุทธรูปที่อยู่ภายในวัดครับ
• ทริปนี้เป็นทัวร์กึ่งประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาตินะครับ
ทัวร์ภูฏาน
สนามบินพาโร ภูฏาน
ทัวร์ภูฏาน
พาโรซอง เมืองพาโร
ทัวร์ภูฏาน
พาโรซอง เมืองพาโร
ทัวร์ภูฏาน
งานระบำหน้ากากพาโรซอง
ทัวร์ภูฏาน
วัดชันกังคา (Changangkha)
ทัวร์ภูฏาน
เมมโมเรียลโชเตน เที่ยวภูฏาน
ทัวร์ภูฏาน
เมืองทิมพู เมืองหลวงภูฏาน
ทัวร์ภูฏาน
ทาชิโชซองหรือทิมพูซอง
ทัวร์ภูฏาน
สถูปโดชูล่า (DOCHULA)
ทัวร์ภูฏาน
ปูนาคาซอง
ทัวร์ภูฏาน
ปูนาคาซอง
ทัวร์ภูฏาน
ป้อมวังดี เมืองวังดี
ทัวร์ภูฏาน
วัดทักซัง เมืองพาโร ภูฏาน
ทัวร์ภูฏาน
ธงมนตราระหว่างทางวัดทักซัง
ทัวร์ภูฏาน
ร้านอาหารเมืองพาโร
ทัวร์ภูฏาน
เงินภูฏาน
• ปรับปรุงโปรแกรมทัวร์ : 28 March, 2011


 

ประเทศอินเดีย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดีย มีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ ด้านเศรษฐกิจ อินเดียมีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก ทั้งนี้ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน ทางตะวันออกติดพม่า ทางตะวันตกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดศรีลังกา มีบังกลาเทศล้อมรอบทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก และด้วยพื้นที่ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร อินเดียจึงเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ของโลก

ประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ชาวดราวิเดียนหรือทราวิฑะ (Dravidian) และชาวอารยัน (Aryan) เริ่มกำเนิดอารยธรรมต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำสินธุ ต่อมาในสมัยอาณาจักรเมารยะ (ประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีดินแดนในตอนเหนือตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำสินธุจรดอ่าวเบงกอล พระเจ้าอโศกมหาราชได้สร้างความรุ่งเรืองในการปกครอง ตลอดจนการสนับสนุนการเผยแผ่พุทธศาสนา ในสมัยราชวงศ์โมกุล (คริสต์ศตวรรษที่ 16 – 18) เป็นสมัยที่มีการแพร่ขยายอิทธิพล วัฒนธรรมโมกุลอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการปกครอง ภาษา ศิลปะ สถาปัตยกรรม และศาสนาอิสลาม อังกฤษเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในอนุทวีป ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 เพื่อค้าขายพร้อม ๆ กับครอบครองดินแดนและแทรกแซงในการเมืองท้องถิ่น จนกระทั่งอินเดียตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2420 (ค.ศ. 1877) โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งอังกฤษทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดินีแห่งอินเดีย หลังจากการรณรงค์ต่อต้านการปกครองของอังกฤษมาเป็นเวลานาน อินเดียจึงได้รับเอกราชเมื่อปี พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) และได้รับการสถาปนาเป็นสาธารณรัฐอินเดียในปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950)

ประชากรอินเดียมีประมาณ 1,000 ล้านคน โดยมีเชื้อชาติ อินโด-อารยัน ร้อยละ 72 ดราวิเดียน ร้อยละ 25 มองโกลอยด์ ร้อยละ 2 และอื่น ๆ ร้อยละ 1 อัตราการเพิ่มของประชากร ร้อยละ 1.8 พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) และอัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 52.1

เนื่องจากประเทศอินเดียเป็นแหล่งกำเนิดพระศาสนาที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ศาสนาพราหมณ์ และ พระพุทธศาสนา ชาวอินเดียจึงถือว่าครอบครัวเป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญที่สุด ระบบครอบครัวของอินเดียเป็นระบบครอบครัวร่วม หรือครอบครัวขนาดใหญ่ สมาชิกในครอบครัวประกอบด้วย ปู่ ย่า พ่อ แม่ ลูก หลาน และ เหลน อยู่ร่วมกันภายในครอบครัวเดียว ผู้อาวุโสที่สุดของฝ่ายชายจะเป็นหัวหน้าครอบครัว แม้สังคมของอินเดียยังคงมีความนับถือเรื่องวรรณะอยู่ แต่ก็ปรากฏไม่มากเท่าอดีต การดำเนินชีวิตของชาวอินเดียจะยึดถือศาสนาเป็นสิ่งสำคัญ กว่าร้อยละ 79 ของประชากรนับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 15 นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือร้อยละ 2.5 นับถือศาสนาคริสต์ นอกนั้นนับถือศาสนาพุทธส่วนมากอยู่ลาดัก หิมาจัล สิกขิม อัสสัม เบงกอลตะวันตก และโอริสสา ศาสนาซิกข์ในรัฐปัญจาบ และศาสนาเชนในรัฐคุชรัต และอื่น ๆ รวมทั้งพวกนักบวชที่นับถือนิกายต่าง ๆ อีกมากมาย มีประมาณ 400 ศาสนาทั่วอินเดีย

สถานที่ท่องเที่ยวทำบุญในอินเดีย
เมืองปัตนะสู่เมืองเวสาลี เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี, ไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาล นมัสการ ปาวาลเจดีย์ เจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าได้ปลงสังขาร ซึ่งอยู่ในสวนสวนมะม่วงของนางอัมพปาลี นางคณิกาประจำเมืองเวสาลี ซึ่งนางได้อุทิศถวายเป็นอารามในพระพุทธศาสนาและยังเป็นสถานที่ทำสังคายาครั้งที่ 2 รวมทั้งเป็นเส้นทางเสด็จผ่านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนปรินิพพาน

วัดป่ามหาวัน ซึ่งเป็นสถานที่เกิดพระสูตรหลายพระสูตร เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีพร้อมทั้งบริวาร สามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีได้เป็นครั้งแรกในโลก ชม เสาอโศก ที่พระเจ้าอโศกมหาราช ได้จัดสร้างขึ้นเป็นพุทธสถานและยังสมบูรณ์ที่สุดในอินเดีย

เกสปุตตนิคม หรือ เกสริยา (Kesariya) มหาสถูปพบใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองเวสาลีกับเมืองกุสินารา ซึ่งสันนิฐานว่าเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้าครั้งที่มาโปรดชาวเมืองเวสาลี เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ 500 รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองเวสาลีพร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง และพระพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกด้วยพระบาทเปล่าจากเมืองเวสาลีสู่เมืองกุสินารา ในขณะพระชนมายุ 79 พรรษา ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าถึง 90 วันและพระพุทธเจ้าได้มอบบาตรให้กับกษัตริย์ลิจฉวี ก่อนที่เสด็จไปดับขันธปรินิพพานที่เมืองกุสินารา

มหาปรินิพพานสถูป สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ สาลวโนทยาน กุสินารา นมัสการ พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานและถวายผ้ากาสวพัตส์เพื่อเป็นพุทธบูชา

สาลวโนทยานกุสินารา ตั้งอยู่ : ตำบลมถากัวร์ อำเภอกุสินคร จังหวัดเดวเย หรือ เทวริยา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย
กุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 1 ใน 4 ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมืองปาวา เป็นที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ

 
 รูปและข้อมูลท่องเที่ยวประเทศอินเดีย
• เส้นทางแสวงบุญพระพุทธศาสนา
• สิกขิม เส้นทางธรรมชาติแห่งหิมาลัย
• แคชเมียร์ เส้นทางธรรมชาติโรแมนติก
• เส้นทางรัฐราชสถาน เมืองมหาราชา
• เลห์ ลาดักห์ อ้อมกอดแห่งหิมาลัย
• ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ
 
 
 
[an error occurred while processing this directive]

HOTSIA CENTER (ฮ็อทเซีย เซ็นเตอร์) 
23/121 ซ.นวมินทร์ 161 แยก1-4 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
โทร. 02-944 2108, 02-944 1080 แฟกซ์ 02-969 3680
ติดต่อตรงเบอร์มือถือคุณเล็ก 084-678 8585 อีเมล์และเอมเอสเอน guide_lek@hotmail.com email hotsia center: hotsia2@gmail.com

"ฮ็อทเซียเซ็นเตอร์" บริการทัวร์ท่องเที่ยวในไทยและต่างประเทศ มีโปรแกรมทัวร์ของปี พ.ศ. 2555 จนถึงปลายปี ต่อเนื่องด้วยต้นปี 2556 สำหรับทัวร์ต่างประเทศมีทัวร์เที่ยวจีน บาหลี อินเดีย พม่า เนปาล และอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา ซึ่งผม mr.hotsia เที่ยวแบบสะใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่ไม่สะดวกเที่ยวด้วยตัวเอง ผมแนะนำให้เที่ยวกับทัวร์ของ "ฮ็อทเซียเซ็นเตอร์" ทัวร์แบบสะใจ ขอบคุณที่ติดตามและใช้บริการครับ ..... mr.hotsia
 

 

ทัวร์ทิเบต
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์คุนหมิง
ทัวร์ทะเลทรายโกบี
ทัวร์สิบสองปันนา
ทัวร์คุนหมิง ตงซวน
ทัวร์พม่า
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์พม่าเจาะลึก
ทัวร์หลวงพระบาง
ทัวร์ฮาลองเบย์
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์เว้ ดานัง ฮอยอัน
ทัวร์นครวัด
ทัวร์บาหลี
ทัวร์บาหลีบุโรพุทโธ
ทัวร์แคชเมียร์
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์เลห์ลาดักทิเบต
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์อินเดีย-เนปาล
ทัวร์สังเวชนียสถาน
ทัวร์ตุรกี
ทัวร์ตุรกี-อิหร่าน


สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
โดยบริษัทโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028) ร่วมกับ www.hotsia.com เที่ยวสะใจ